ประวัติศาสตร์ที่ จ.บุรีรัมย์ ได้มีโอกาสต้อนรับนักเตะระดับโลกอย่าง อันเดรส อิเนียสต้า

การแข่งขันฟุตบอลรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2022 เป็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลสโมสรหลักของทวีปเอเชีย ครั้งที่ 41 ซึ่งการแข่งขันจะจัดขึ้นโดยทาง สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) และในการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันในครั้งที่ 20 ภายใต้ของการแข่งขันชื่อรายการ เอเอฟซีแชมเปียนส์ ลีก ผู้ที่สามารถคว้าชัยชนะของทัวร์นาเมนต์นี้ได้ จะสามารถผ่านเข้ารอบได้แบบอัตโนมัติ สำหรับในการแข่งขัน เอเอฟซีแชมเปียนส์ ลีก 2023 และจะได้ผ่านเข้าสู่การแข่งขันในรอบคัดเลือก รอบเพลย์ออฟ ถ้าหากว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ผ่านการรับรองผลงานจากการแข่งขันภายในประเทศ และในการแข่งขันรอบการแบ่งกลุ่มของทีม ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด เมื่อโปรแกรมการแข่งขันได้ออกมาแล้ว ปรากฏว่าได้มี 2 เกมการแข่งขันที่มีความน่าสนใจเกิดขึ้นอย่างมาก นั่นก็คือเกมการแข่งขันในวันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2565 และเกมการแข่งขันในวันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2565 ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ทีม ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด จะต้องเจอกับ วิสเซล โกเบ แต่ในการแข่งขันฟุตบอลทั้งสองแมตช์นี้จะใช้สนามของ บุรีรัมย์ สเตเดี้ยม หรือสนาม ช้าง อารีนา เพื่อทำการแข่งขันนั่นเอง ถึงแม้ว่าในวันแข่งขันนั้นทางสนามบุรีรัมย์ สเตเดี้ยม อาจจะเปิดให้เหล่าบรรดาแฟนบอลสามารถเข้าชมในสนามได้เพียงแค่จำนวน 16,300 ที่นั่ง ตามมาตรการการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้สนามบุรีรัมย์ สเตเดี้ยม มีข้อจำกัดสามารถให้แฟนบอลเข้าชมได้เพียง 50% ของ เอเอฟซี แต่ทั้งนี้ก็เชื่อได้ว่าเหล่าบรรดาแฟนบอลทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลชาวไทยหรือแฟนบอลชาวญี่ปุ่น ก็อยากที่จะเข้าไปชมการแข่งขันภายในสนามบุรีรัมย์ สเตเดี้ยม กันเต็มพิกัดที่ได้กำหนดไว้อย่างแน่นอน เพราะว่าเป้าหมายของการเข้าชมการแข่งขันในครั้งนี้นอกจากจะเข้าไปเพื่อเชียร์นักกีฬาที่ได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทยแล้ว บรรดาแฟนบอลทุกคนก็ยังอยากที่จะได้เข้าไปดูจอมทัพอย่าง อันเดรส อิเนียสต้า ตัวจริงเสียงจริงตัวเป็น ๆ ก็ว่าได้ และ อันเดรส อิเนียสต้า ก็คือนักเตะที่ได้อยู่ในเกรดพรีเมี่ยมระดับทองคำฝังเพชร ที่ได้ผ่านการแข่งขันที่สามารถจะคว้าแชมป์โลก ในปี 2010 และได้เถลิงบัลลังก์บอลยูโรร่วมกับทีมชาติสเปน ในปี 2012 มาแล้ว แถม อันเดรส อิเนียสต้า ยังได้กวาดรางวัลโทรฟี่มาแล้วทั่วโลกร่วมกับ ทีมบาร์เซโลน่า ยอดทีมฟุตบอลในประเทศสเปน

 

หากเราลองมองย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ของปีก่อน วิสเซล โกเบ ได้ประกาศเรื่องต่อสัญญาการค้าแข้งฉบับใหม่กับ อันเดรส อิเนียสต้า ออกไปจนถึงช่วงปี 2023 อย่างเป็นทางการ โดยในวันที่ประกาศนั้นได้เป็นวันเกิดของ อันเดรส อิเนียสต้า นักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ที่มีดีกรีแชมป์โลกในขณะที่ อันเดรส อิเนียสต้า เพิ่งจะอายุครบ 37 ปีบริบูรณ์ และนับตั้งแต่ปี 2018 อันเดรส อิเนียสต้า ได้เข้ามาร่วมเป็นนักเตะที่มีส่วนสำคัญที่สามารถช่วยพาให้ทีมได้ประสบความสำเร็จและสามารถคว้าแชมป์ เอ็มเพอร์เรอร์ส คัพ ไปเมื่อการแข่งขันในฤดูกาล ปี 2019 และยังสามารถคว้าสิทธิ์ในการที่ได้เข้าไปลงสนามเล่นในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย

 

ซึ่งโอกาสดี ๆ ที่จะได้เจอนักเตะระดับโลกแบบนี้ ไม่ได้จะมีมาให้ได้เจอกันบ่อย ๆ นัก เพราะฉะนั้นแฟนบอลคนใดที่ได้พลาดการเข้าชมภายในสนามในครั้งนี้ ต้องขอบอกก่อนเลยว่า อาจจะไม่ได้มีโอกาสอีกแล้วก็ได้ เพราะก็ไม่รู้ว่า วิสเซล โกเบ จะได้กลับมาที่ประเทศไทยอีกครั้งในปีหน้าหรือไม่ หรือประเทศไทยจะได้รับหน้าที่ให้เป็นเจ้าภาพอีกหรือเปล่า ต้องขอบอกว่าอิจฉาเหล่าบรรดาแฟนบอลของทีม ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด และ จังหวัดบุรีรัมย์ อย่างมาก ที่จะได้มีโอกาสดี ๆ ที่ได้ยลโฉมนักเตะมันสมองอย่าง อันเดรส อิเนียสต้า จาก ลา มาเซีย แบบที่เรียกได้ว่ามีความเปล่งประกายเหมือนดังได้ร่ายเวทมนต์ไว้ กันแบบตัวเป็น ๆ ภายใน สนามบุรีรัมย์ สเตเดี้ยม หรือสนาม ช้าง อารีนา ในเดือนหน้านี้แล้ว แฟนบอลต้องรอติดตามชมการแข่งขัน และห้ามพลาดโอกาสสำคัญ ๆ ที่ไม่ได้มีบ่อย ๆ อย่างนี้เช่นกัน